โรงงานอุตสาหกรรมหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นโรงงานอาหาร และเครื่องดื่ม โรงงานเคมี โรงกลั่นน้ำมัน หรือโรงไฟฟ้า ล้วนมีการใช้แก๊สหลายชนิดในกระบวนการผลิต ตั้งแต่แอมโมเนียในระบบทำความเย็น คาร์บอนไดออกไซด์ในการบรรจุภัณฑ์และการหมัก ไปจนถึงคาร์บอนมอนอกไซด์ที่เกิดจากเครื่องยนต์สันดาป หรือรถโฟล์คลิฟท์ในโกดัง แก๊สเหล่านี้ส่วนใหญ่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า และหลายชนิดไม่มีกลิ่นเตือนล่วงหน้า ทำให้พนักงานอาจสัมผัสกับความเข้มข้นที่เป็นอันตรายโดยไม่รู้ตัว หากไม่มี เครื่องวัดแก๊ส คอยเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง
หากเกิดการรั่วไหลสะสมในพื้นที่ปิดหรือระบายอากาศไม่ดี ผลที่ตามมาอาจร้ายแรงถึงขั้นเสียชีวิต การติดตั้งเครื่องวัดแก๊สที่เหมาะสมกับความเสี่ยงของแต่ละพื้นที่ จึงไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นเรื่องจำเป็นสำหรับทุกโรงงานที่ต้องการดูแลความปลอดภัยของพนักงานอย่างจริงจัง
ทำไมต้องติดตั้ง เครื่องวัดแก๊ส ในโรงงานอุตสาหกรรม
ตอบ:
เพราะแก๊สพิษหลายชนิดไม่มีสี ไม่มีกลิ่น หรือมีความเข้มข้นต่ำจนประสาทสัมผัสของมนุษย์ไม่สามารถรับรู้ได้ทัน ต่างจากอันตรายอื่นในโรงงานที่มองเห็นหรือได้ยินเสียงเตือนก่อนได้ ตัวอย่างเช่น คาร์บอนมอนอกไซด์ที่ไม่มีสีไม่มีกลิ่นเลย หรือแอมโมเนียที่อาจสะสมในห้องเย็นโดยไม่มีใครสังเกตจนความเข้มข้นสูงเกินระดับปลอดภัย หากไม่มีเครื่องตรวจวัดแก๊สเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง ผู้ปฏิบัติงานอาจขาดอากาศหายใจ ได้รับพิษสะสม หรือเกิดอุบัติเหตุระเบิด/ไฟไหม้ในกรณีของแก๊สติดไฟ เครื่องวัดแก๊สจึงทำหน้าที่เป็นประสาทสัมผัสเสริมให้กับมนุษย์ ช่วยแจ้งเตือนได้ทันทีที่ระดับแก๊สเริ่มผิดปกติ ก่อนที่จะถึงจุดที่เป็นอันตรายจริง

แก๊สอันตรายที่เครื่องวัดแก๊สต้องตรวจจับในโรงงานอุตสาหกรรม
- แอมโมเนีย (NH3) ใช้กันแพร่หลายในระบบทำความเย็นขนาดใหญ่ เป็นแก๊สพิษและกัดกร่อน หากรั่วไหลในปริมาณมากอาจทำอันตรายต่อระบบทางเดินหายใจและดวงตาอย่างรุนแรง
- คาร์บอนมอนอกไซด์ (CO) เกิดจากการเผาไหม้ไม่สมบูรณ์ของเครื่องยนต์ หม้อไอน้ำ หรือรถโฟล์คลิฟท์ที่ใช้แก๊ส LPG เป็นแก๊สไม่มีสีไม่มีกลิ่น จับกับฮีโมโกลบินในเลือดได้ดีกว่าออกซิเจน ทำให้ร่างกายขาดออกซิเจนโดยไม่รู้ตัว
- ไฮโดรเจนซัลไฟด์ (H2S) พบมากในระบบบำบัดน้ำเสียหรือถังหมัก มีกลิ่นเหม็นคล้ายไข่เน่าในความเข้มข้นต่ำ แต่ที่ความเข้มข้นสูงกลับทำลายประสาทรับกลิ่นจนตรวจจับไม่ได้ด้วยจมูก
- คาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) จากกระบวนการอัดลม การหมัก หรือถังเก็บแก๊สแช่แข็ง เป็นแก๊สหนักกว่าอากาศ สะสมอยู่บริเวณพื้นและแทนที่ออกซิเจนในพื้นที่อับได้
- แก๊สไวไฟกลุ่ม LEL เช่น มีเทน โพรเพน หรือไอระเหยของตัวทำละลาย ซึ่งเสี่ยงต่อการระเบิดหากสะสมถึงระดับความเข้มข้นที่จุดติดไฟได้
ผลกระทบหากขาดเครื่องวัดแก๊สที่เหมาะสม
- อันตรายต่อสุขภาพและชีวิตของพนักงาน จากการสูดดมแก๊สพิษหรือขาดออกซิเจนเฉียบพลัน
- ความเสียหายต่อเครื่องจักรและอุปกรณ์ จากการกัดกร่อนของแก๊สพิษบางชนิด
- การหยุดชะงักของสายการผลิต หากเกิดเหตุฉุกเฉินจนต้องอพยพหรือปิดโรงงานชั่วคราว
- ความเสี่ยงด้านกฎหมายและมาตรฐาน โรงงานอุตสาหกรรมส่วนใหญ่ต้องมีการประเมินความเสี่ยง บันทึกผลตรวจวัด และมีแผนรับมือเหตุฉุกเฉินตามข้อกำหนดด้านความปลอดภัย
เทคโนโลยีเซนเซอร์ในเครื่องวัดแก๊สที่ใช้ตรวจจับแก๊สพิษ
เครื่องวัดแก๊สแต่ละรุ่นเลือกใช้เทคโนโลยีเซนเซอร์ต่างกันตามชนิดแก๊สที่ต้องเฝ้าระวัง เซนเซอร์แบบ Electrochemical เหมาะกับแก๊สพิษอย่าง CO, H2S, NH3 โดยวัดจากกระแสไฟฟ้าที่เกิดจากปฏิกิริยาออกซิเดชันของแก๊ส เซนเซอร์แบบ Catalytic Bead และ Infrared ใช้ตรวจจับแก๊สติดไฟ เช่น มีเทนและ LEL ต่างๆ ส่วนเซนเซอร์ Infrared ยังใช้ตรวจ CO2 ได้ดีเพราะทนทานและไม่เสื่อมสภาพง่ายจากแก๊สพิษ การเลือกเซนเซอร์ให้ตรงกับชนิดแก๊สในพื้นที่จึงเป็นหัวใจของการออกแบบระบบเครื่องวัดแก๊สที่แม่นยำ
สถานที่ไหนบ้างในโรงงานที่ควรใช้ เครื่องวัดแก๊ส แบบติดตั้ง
ตอบ:
เครื่องวัดแก๊สแบบติดตั้งเหมาะสำหรับจุดที่มีความเสี่ยงต่อเนื่องหรือต้องเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง โดยติดตั้งประจำจุดแล้วเชื่อมสัญญาณเข้าตู้ควบคุมกลาง ทำให้เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยติดตามสถานะได้จากหน้าจอเดียว จุดเสี่ยงที่ควรพิจารณาติดตั้งมีดังนี้

จุดติดตั้งเครื่องวัดแก๊สแบบติดตั้งที่แนะนำ
- ห้องเย็นและระบบทำความเย็น เฝ้าระวังแอมโมเนียรั่วไหลจากท่อหรือคอมเพรสเซอร์
- จุดชาร์จแบตเตอรี่หรือพื้นที่จอดรถโฟล์คลิฟท์ เฝ้าระวังคาร์บอนมอนอกไซด์จากไอเสีย
- สายบรรจุภัณฑ์ ถังหมัก หรือถังอัดลม เฝ้าระวังคาร์บอนไดออกไซด์สะสม
- ห้องบำบัดน้ำเสียหรือบ่อพักน้ำเสีย เฝ้าระวังไฮโดรเจนซัลไฟด์
- ห้องเก็บสารเคมีและคลังเก็บถังแก๊ส เฝ้าระวังทั้งแก๊สพิษและแก๊สไวไฟตามชนิดสารที่จัดเก็บ
หลักการวางตำแหน่งเครื่องวัดแก๊สแบบติดตั้ง
โดยทั่วไปเซนเซอร์ 1 จุดครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 25 ตารางเมตร แต่ในพื้นที่เสี่ยงสูงอาจลดระยะห่างเหลือ 9-16 ตารางเมตรต่อจุดเพื่อความแม่นยำ นอกจากนี้ต้องพิจารณาน้ำหนักของแก๊สประกอบด้วย แก๊สที่หนักกว่าอากาศอย่าง CO2 หรือ H2S ควรติดตั้งเซนเซอร์ในระดับต่ำใกล้พื้น ขณะที่แก๊สเบากว่าอากาศอย่างมีเทนหรือแอมโมเนียควรติดตั้งในระดับสูงใกล้เพดาน เพื่อดักจับแก๊สในตำแหน่งที่มีแนวโน้มสะสมมากที่สุด
สำหรับระบบติดตั้งถาวร แนะนำรุ่น Meridian Universal Gas Detector เครื่องวัดแก๊สที่ใช้หัวเซนเซอร์เดียวรองรับได้ทั้งแก๊สติดไฟและแก๊สพิษ โดยไม่ต้องเปลี่ยนหัวตรวจจับเมื่อเปลี่ยนชนิดเซนเซอร์ รองรับเซนเซอร์ได้สูงสุด 3 ตัวต่อหัว ตัวเครื่องผ่านการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยระดับ SIL2 จาก TUV-Rheinland ป้องกันฝุ่นและน้ำระดับ IP66 เหมาะกับการติดตั้งในพื้นที่อุตสาหกรรมที่ต้องการความเชื่อถือได้สูง เชื่อมต่อสัญญาณเข้าตู้ควบคุมกลางเพื่อเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง
ตอบ: นอกจากเครื่องวัดแก๊สแบบติดตั้งที่เฝ้าระวังจุดตายตัวแล้ว โรงงานอุตสาหกรรมยังจำเป็นต้องมีเครื่องตรวจวัดแก๊สแบบพกพาสำรองไว้ เพราะพนักงานหลายส่วนต้องเคลื่อนย้ายไปยังพื้นที่ต่างๆ หรือเข้าไปทำงานในพื้นที่อับอากาศที่ระบบติดตั้งถาวรอาจครอบคลุมไม่ถึง
บทบาทของเครื่องวัดแก๊สแบบพกพาในระบบความปลอดภัย
- ตรวจวัดระดับแก๊สก่อนเข้าปฏิบัติงานในพื้นที่อับอากาศ เพื่อยืนยันว่าอากาศปลอดภัยก่อนเริ่มงาน
- พกติดตัวระหว่างปฏิบัติงานเพื่อแจ้งเตือนแบบเรียลไทม์หากระดับแก๊สเปลี่ยนแปลง
- ใช้เป็นเครื่องสำรองเมื่อเครื่องวัดแก๊สแบบติดตั้งอยู่ระหว่างซ่อมบำรุงหรือสอบเทียบ
- ใช้ตรวจสอบจุดที่ไม่มีการติดตั้งเซนเซอร์ถาวร เช่น พื้นที่ทำงานชั่วคราวหรือจุดซ่อมบำรุง
เครื่องวัดแก๊สแบบพกพาที่แนะนำ
- GMI PS500 ตรวจจับได้สูงสุด 5 แก๊สในเครื่องเดียว รองรับเซนเซอร์แบบปลั๊กแอนด์เพลย์กว่า 15 ชนิด สามารถวัดสารอินทรีย์ระเหยง่าย (VOC) ได้ด้วย มีสัญญาณเตือนเสียงดัง 95 เดซิเบล พร้อมไฟเตือนมองเห็นได้รอบ 360 องศา ตัวเครื่องกะทัดรัดใช้งานได้ด้วยมือข้างเดียว เหมาะกับผู้ปฏิบัติงานที่ต้องเคลื่อนย้ายบ่อย
- GMI PS200 เครื่องวัดแก๊ส 4 ค่า ตรวจจับ LEL, O2, CO และ H2S พร้อมกัน ตัวเครื่องกะทัดรัดน้ำหนักเบา ป้องกันฝุ่นและน้ำระดับ IP67 ผ่านมาตรฐาน ATEX และ IECEx สำหรับพื้นที่เสี่ยงระเบิด แบตเตอรี่ใช้งานได้นานสูงสุด 14 ชั่วโมงต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง เหมาะกับงานภาคสนามที่ต้องพกพาตลอดกะการทำงาน

การดูแลรักษาเครื่องวัดแก๊สแบบพกพาให้พร้อมใช้งาน
เครื่องวัดแก๊สแบบพกพาควรได้รับการทำ Bump Test ก่อนเริ่มปฏิบัติงานทุกวัน เพื่อยืนยันว่าเซนเซอร์และสัญญาณเตือนยังทำงานปกติ และควรส่งเข้ารับการ Calibration ตามรอบที่ผู้ผลิตกำหนด โดยทั่วไปทุก 3-6 เดือน เพื่อรักษาความแม่นยำของค่าที่อ่านได้ การดูแลรักษาอย่างสม่ำเสมอนี้ช่วยให้มั่นใจได้ว่าเครื่องวัดแก๊สทั้งแบบติดตั้งและแบบพกพาจะทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ครอบคลุมทุกพื้นที่เสี่ยงในโรงงานอุตสาหกรรมอย่างแท้จริง
ควรเลือกใช้เครื่องวัดแก๊สแบบติดตั้งหรือแบบพกพาดี
คำตอบที่เหมาะสมที่สุดคือการใช้ทั้งสองแบบร่วมกัน เพราะทำหน้าที่ต่างกันและเสริมกันได้อย่างลงตัว เครื่องวัดแก๊สแบบติดตั้งเหมาะกับจุดเสี่ยงตายตัวที่ต้องเฝ้าระวังตลอดเวลา ให้การป้องกันเชิงรุกก่อนที่ระดับแก๊สจะเป็นอันตราย ส่วนเครื่องวัดแก๊สแบบพกพาให้ความยืดหยุ่นสูงกว่า เหมาะกับงานที่ต้องเคลื่อนย้ายหรือเข้าพื้นที่ที่ไม่มีระบบติดตั้งถาวรครอบคลุมถึง โรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่มีหลายจุดเสี่ยงจึงมักเลือกวางระบบแบบติดตั้งเป็นโครงข่ายหลัก และเสริมด้วยเครื่องพกพาสำหรับพนักงานที่ปฏิบัติงานเฉพาะจุดหรือเดินตรวจพื้นที่ ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเลือกใช้แบบใด สิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามคือการบำรุงรักษาและสอบเทียบเครื่องวัดแก๊สอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าค่าที่อ่านได้ยังคงแม่นยำและเชื่อถือได้ตลอดอายุการใช้งาน
เครื่องตรวจวัดแก๊ส แบบพกพา ตัวช่วยเสริมกำลัง
ตอบ:
นอกจากเครื่องวัดแก๊สแบบติดตั้ง ควรมีเครื่องตรวจวัดแก๊สแบบพกพาสำรองไว้ สำหรับพนักงานที่เดินตรวจพื้นที่หรือเข้าพื้นที่อับอากาศ เช่น เครื่องวัดแก๊สรุ่น GMI PS500 ตรวจจับได้สูงสุด 5 แก๊ส วัด VOC ได้ด้วย หรือรุ่น GMI PS200 เครื่องวัดแก๊ส 4 ค่า กะทัดรัด ทนทาน เหมาะงานภาคสนาม
Elmer ตัวแทนจำหน่ายอุปกรณ์เครื่องวัดแก๊ส พร้อมบริการติดตั้งงานระบบป้องกันแก๊สรั่วแบบครบวงจร
เพิ่มมาตรฐานความปลอดภัย ให้กับโรงงานอุตสาหกรรมของคุณด้วยบริการ จากทาง Elmer โดยหลายๆ คนอาจกังวลในด้านการใช้งาน แต่ไม่ต้องกังวลไป เพราะ เอลเมอร์จำกัด เป็นบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญด้านระบบตรวจจับแก๊ส และจัดจำหน่ายเครื่องตรวจจับแก๊สคุณภาพ ที่ส่งตรงจากโรงงานผู้ผลิต ทางเราให้ความช่วยเหลือลูกค้า ตั้งแต่การให้ข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญ หมดกังวลไปได้เลยว่าจะเกิดข้อผิดพลาดในการเลือกใช้อุปกรณ์
อีกทั้งยังมีบริการติดตั้ง เครื่องตรวจจับแก๊สรั่วที่ได้มาตรฐาน ให้บริการสอบเทียบเครื่องมือวัดแก๊ส พร้อมบำรุงรักษาระบบด้วยทีมงาน ที่มีความเชี่ยวชาญมากกว่า 20 ปี มั่นใจได้เลยว่าคุณจะได้รับผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐาน และบริการที่มีคุณภาพ เพราะความพึงพอใจของลูกค้า คือ เป้าหมายหลักของเรา
ลูกค้าสามารถชมสินค้า ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่นี่







